VISTEC Internship – Life at the Campus

จากที่ตั้งใจว่าจะเขียนบล็อกฝึกงานทุกสัปดาห์ ตอนนี้กลายเป็นสองสัปดาห์หนึ่งบล็อกไปเป็นที่เรียบร้อย 55555555

อยู่ที่ VISTEC มาจะสองอาทิตย์แล้วครับ เพิ่งมีเวลาว่างมากพอที่จะเขียนอะไรยาวๆ ได้ เลยแอบมาบันทึกไว้หน่อย -w-)/

แล็บวิจัย

VISTEC มีสี่สำนักวิชา (เทียบเท่ากับคณะ) ครับ และแน่นอนว่าสำนักวิชาที่ผมมาทำงานด้วยก็หนีไม่พ้นสำนักวิชา Information Science and Technology (IST)

ตอนนี้ที่ IST กำลังดึงอาจารย์เก่งๆ มาหลายท่านครับ แต่ท่านที่เข้าใจว่าอยู่ประจำมีอยู่สามท่านได้แก่

  • อาจารย์ปรเมษฐ์ มนูญพงศ์ ดีกรี Full professor สองถึงสามสถาบัน ทำงานทางด้าน robotics เต็มตัว
  • อาจารย์สรณะ นุชอนงค์ ที่ทำด้าน Data Science เพิ่งย้ายกลับมาจาก CityU ที่ฮ่องกง
  • และอาจารย์ธีรวิทย์ วิไลประสิทธิ์พร อาจารย์ที่ผมสังกัดทำงานด้วยครับ :D

ตอนนี้สองงานวิจัยที่แล็บฯ กำลังทำควบกันคืองานของทั้งด้านการสั่งงานด้วยคลื่นสมอง (Brain-Controlled Interfaces) และระบบอยู่อาศัยอัจฉริยะ (Smart Living Solutions)

งานของผม

สำนักวิชา IST ที่ VISTEC กำลังสร้างตึกใหม่ซึ่งสมเด็จพระเทพฯ จะเสด็จมาเปิดอาคารภายในช่วงสิงหาคม งานของผมในตอนนี้คือการทำการสาธิตผลงานวิจัยที่แล็บกำลังสนใจอยู่

ซึ่งตอนนี้ scope งานของผมเป็นการสั่งงานควบคุมทิศทางผ่านการมองเคอร์เซอร์ครับ แค่ใส่หมวกวัดคลื่นสมองแล้วมองว่าจะเอา “ขึ้น-ลง-ซ้าย-ขวา” ก็สามารถคุมเคอร์เซอร์บนจอได้ (ความจริงต่อกับ simulation หุ่นกระป๋องมีล้อวิ่งแล้วด้วยนะ แต่ยังไม่ได้ถ่ายลงแค่นั้นเอง >__<)

จริงๆ แล้วงานตรงนี้เรากำลังขยายเพื่อต่อยอดครับ เช่น

  • จากการสั่งงานเพื่อคุมทิศทางอย่างเดียว (เช่นคุม wheelchair) เราอาจจะจับ vision ว่าผู้ใช้มองอะไรอยู่ เพื่อที่จะได้สั่งงานได้ ผมเขียน proof-of-concept โดยใช้ QR Code ง่ายๆ มาคอย monitor กล้องจากมือถือของผม
  • ในอนาคตเราต้องสามารถปรับความเร็วได้ด้วยการคิดความแรงของสัญญาณเป็นต้น

จริงๆ แล้วศักยภาพของ BCI นี่ค่อนข้างกว้างนะครับ เราน่าจะสามารถทำอะไรหลายๆ อย่างใหม่ๆ ได้จากงานตรงนี้ ทางแล็บเองก็พยายามนำเอา approach ใหม่ๆ มาใช้ ทั้ง Machine Learning/Deep Learning เพื่อให้ได้งานวิจัยที่เจ๋งเป้งออกมาครับ :D

ชีวิตในรั้วสถาบัน

อย่างหนึ่งที่ควรพูดถึงคือชีวิตใน VISTEC นี่เรียกว่าสุขสบายก็ได้ครับ ส่วนหนึ่งเพราะพื้นที่ที่กว้างขวางเมื่อเทียบกับบุคลากร ทำให้เราได้เห็น…

  • แนวทางการออกแบบที่ตั้งใจให้เป็น remote research centre ทำให้ที่นี่มีทุกอย่างเพียงพอที่จะประทังชีวิต
  • การวางผังสถาบันที่ทำให้สามารถเดินใน campus ได้ทั่ว (ตึกทั้งหมด ณ ปัจจุบันอยู่ในระยะเดินได้สบายๆ)
  • ภูมิสถาปัตย์ที่สวยมาก! การได้ทำงานในที่บรรยากาศดีๆ นี่มันช่วยได้จริงๆ
  • facilities หลายอย่างที่ช่วยให้ผ่อนคลายความเครียดจากการทำงาน

ผมเป็นคนไม่ชอบนั่งรถอยู่แล้ว (จริงๆ คืองกค่ารถ 55555) ดังนั้นผมเลยโอเคกับการที่มี walkway ทั้งสถาบัน “มากๆ” กลางวันกันแดด กลางคืนมีไฟทางเดิน แต่ถ้าฝนตกหลังคาไม่กันเปียกนะ 5555555555

เท่าที่ผมทำงานมา ตอนนี้ผมพบว่าโอเคกับการทำงานแบบนี้เลยนะ

  • Work-life balance ที่นี่ถือว่าโอเคครับ ผมอยากทำงานตอนไหนผมก็ทำ อาจจะมาเช้า เลิกดึก แต่ระหว่างวันก็พักบ้างอะไรบ้าง ตอนเย็นชวนคนในทีมไปตีแบด เล่นเปียโน (ใช่ครับ ที่นี่มีเปียโนให้เล่น :D เพิ่งรู้หลังมาได้สองสามสัปดาห์)
  • ความบ้านนอก แม้จะอยู่ห่างความเจริญและย่านชุมชน แต่สถาบันฯ ก็จัดรถกลับกรุงเทพทุกวันหยุด หรือรถสลับสัปดาห์ไปเที่ยวระยอง-พัทยา สัปดาห์ไหนที่ผมไม่ได้กลับบ้านก็แวะ Tops หาของมาทำอาหาร
  • อาหารการกิน ถ้าเป็นคนเรื่องมาก (เช่นผมที่เรื่องมากเรื่องของกิน) ก็จะพบว่าชีวิตที่นี่ค่อนข้างเศร้าๆ ครับ 55555555 ความเศร้าคือ canteen ที่นี่เป็น all-you-can-eat ซึ่งราคาค่อนข้างแพง ทีมผมเลยตัดสินใจสั่งร้านอาหารตามสั่งข้างนอกมา และจากสถิติการสั่งร้านอาหารข้างนอก เราเจอ…
    • เมนูอาหารกาชาปอง สั่งยังไงไม่ได้อย่างงั้น
    • ผัดกระเพราใส่คะน้า! (แม่เจ้า อาชญากรรมกว่าถั่วฝักยาว)
    • สุกี้ที่สั่งแล้วไม่มีน้ำสุกี้มาให้ กลายเป็นผัดวุ้นเส้นจืดๆ
    • โปรตีนเสริมจากแมลงวันในอาหาร
    • ซึ่งจริงๆ ทั้งหมดนี่ไม่ได้ผิดที่ VISTEC นะ ถถถถ แต่ถ้าค่าข้าวถูกลงมาหน่อยจะดีมากเลย ;-;
  • ไฟฟ้า ช่วงนี้ไฟดับบ่อย ยอมรับว่าค่อนข้างมีผลกับการอยู่อาศัย ดับนานสุดคือข้ามวัน (เข้านอนแล้วตื่นมายังไฟดับอยู่) อันนี้ได้ยินว่าจะรีบหาทางปรับปรุง
  • ส่วนชีวิตที่เหลือต้องบอกว่าสบายครับ ทุกอย่างครบครัน วิวดี เน็ตแรง ทีมที่ทำงานด้วยน่ารักและเป็นกันเองมากๆ

สำหรับผมการออกมาเห็นอะไรแบบนี้ทำให้ผมพอรู้นะว่าเอกชนที่พร้อมสนับสนุนงานวิจัยในประเทศไทยยังมีอยู่จริง และการเกิดขึ้นของ VISTEC ก็การันตีให้ผมได้ว่าชีวิตสายวิจัยในประเทศไทยน่าจะสามารถ driven โดยเอกชนได้โดยไม่ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐเยอะเท่าเมื่อก่อน

ครึ่งทางของการฝึกงานก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หวังว่าจะได้เห็นและได้ทำอะไรเจ๋งๆ มากกว่านี้เรื่อยๆ ครับ :D

ปิดท้ายด้วยภาพหมูกระทะหัวละ 179 (เรทราคานี้น่าจะหากินในกรุงเทพยาก :P)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *