ผิวหนังของผมยังคงรอคอยคุณมาสัมผัส ร่างกายของผมพร้อมรับการโอบรัด ปลายนิ้วเย็น ไอน้ำและเสียงครางที่หลุดจากปากผม ลิ้นเปียกชุ่ม ริมฝีปากสั่นเทา

มองร่างกายผมเป็นผืนผ้าใบบนกระดานกว้าง สัมผัสผืนผ้าขาว ฝากร่องรอยด้วยการขบกัด ทิ้งปื้นแดงเป็นหย่อม เห็นชัดยามส่องกระจก โปรดฝากมันไว้กับผม ความละมุนยามมือไล้ร่างกาย ความเข้มแข็งจากอ้อมกอดอุ่น ความอ่อนนุ่มจากคำหวานชดช้อย ความดุดันยามกลืนกินผม โปรดโอบรัดผมมิให้แม้แต่อนุภาคแสงเดินทางออกไปได้ โปรดปลดปล่อยผมประหนึ่งจักรวาลระเบิดยามแรกสร้าง

ผมจะฝากมันไว้กับคุณเช่นกัน รอยกอดรัดแน่นยามเกร็งตัว แผลเล็กจากเล็บจิกยามร่างกายตอบสนองต่อความรู้สึก ฝากมันไว้ หลักฐานแห่งการยอม การถูกครอบครอง ถวายตัว ศิโรราบ แล้วแต่คุณจะเรียก

หลักฐานทนโท่ รอยแดงอาจเลือนลาง แต่เม็ดสีบนฟิล์มโพลารอยด์อยู่ทนกว่าผิวหนัง กระนั้นความทรงจำตราแน่น เก็บสัมผัส กลิ่น อารมณ์ ความกระหายไว้ สื่อชนิดใดมิอาจเทียบ

ยามผมสัมผัสร่างกายตัวเอง ความรู้สึกจะพลันพุ่ง ไม่มีวันที่นิ้วของผมจะเรียวเล็กและนุ่มเหมือนนิ้วของคุณ ไม่มีริมฝีปากที่เม้มและขบกัดจนเป็นรอย ไม่มีสัมผัสอุ่นแบบนั้นบนร่างกาย ผมจะเวิ้งว้าง รู้สึกเหมือนตัวเองลอยเคว้ง น้ำตาจะเป็นเพียงสิ่งเดียวที่สนามโน้มถ่วงออกแรงฉุดรั้ง รสชาติชมปร่า ปราศจากมือปาดลงมิให้ใบหน้าเปียกปอน

สิ้นเสียงคราง ข้างในร่างกายบีบรัด พิชิตจุดสูง หยาดฝนพรำเหนอะบนผิวหนัง ชีพจรเต้นเร่ง พลันกายปะทะความหนาว ลืมตาเห็นความเปล่าเปลี่ยว ร่วงหล่นลงมา ไม่รับรู้สิ่งใด ความอ้างว้างอ้าแขนรอรับ สัมผัสพื้นเหว แรงกระแทกเต็มความรู้สึก กระเด็นขึ้นไปก่อนร่วงหล่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เจ็บปวดรวดร้าว ข้างในแหลกสลาย ก่อนหยุดนิ่งในที่สุด

เสียงร้องไห้จากเหวฤๅจะลอยขึ้นสู่ขอบสูงได้ หากมีใครได้ยินคงนึกว่าเป็นเสียงแห่งวิญญาณดุร้าย ปีศาจ ไม่มีใครมองเป็นเสียงร้องความเหงา เหน็บหนาวและเยือกเย็น