ทัศนะของข้าพเจ้าต่อวิธีแก้ปัญหาการรับเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาของไทย

เห็นอาจารย์อุ๊เขียนเรื่องระบบการรับเข้าศึกษาต่อในระดับสถาบันอุดมศึกษาไว้

เพื่อเด็กๆทุกคน

Posted by Uraiwan Sivakul on Tuesday, February 16, 2016

ก็เหมือนเดิม มาตรฐานในการรับเด็กเข้าศึกษาต่อมันแย่ในสายตาเรามานานแล้ว เลยคิดว่าถ้าเป็นเราเราจะทำยังไง

การรับนักเรียน

เราชอบระบบตอนนี้ที่เป็นรับสองรอบ คือรอบรับตรง และรอบรับผ่านแอดกลาง
ขอให้คงไว้ซึ่งระบบ Clearing house (เราว่ามันดีมาก) เพื่อโอกาสในการรับเด็กรอบหลังจากที่เหลือ

วิธีนี้เราจะมั่นใจได้ว่าไม่มีการกั๊กที่ในมหาวิทยาลัยชั้นนำ และไม่มีการสอบแย่งกันจริงๆ (เพราะโดนตัด Clearing house ตัดแอดไปแล้ว)

ข้อสอบ

ปัญหาหลักมันคือข้อสอบ แก้อย่างไรก็ไม่เคยหมดปัญหา

เป็นเราจะแก้ตามนี้

ซอยวิชา

เรามองว่าข้อสอบควรซอยวิชาออกมาให้เยอะที่สุด

ตัวอย่างคือ เลข ให้ซอยเป็นสามระดับ

  • Math-A แบบง่าย
  • Math-B แบบปานกลาง
  • Calculus บทมันใหญ่ ถ้าเยอะจริงๆ ก็แยกออกมาเลย

(Calculus นี่มาคิดทีหลังตามพี่ต้นกล้าบอก เอาเข้าจริงก็ไม่จำเป็นขนาดนั้น ใส่ Math-B เถอะ)

วิทย์ ก็ซอยเป็น ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา ดาราศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ทั่วไป

ข้อสำคัญคือต้องไม่มีเวลาสอบตัวไหนซ้อนกัน วิชาสามัญปี 2559 เป็นปีแรกที่เพิ่มเลขง่าย วิทย์ง่าย แต่เอาเวลาไปซ้อนกับเลขยาก วิทย์ยาก ทำให้คนที่อยากเข้าสายวิทย์ แต่เล็งสายศิลป์ไว้เป็นแผนสำรองต้องเปลี่ยนแผนสำรองใหม่ เพราะไม่สามารถสอบทั้งเลขยาก เลขง่าย ฟิสิกส์ และวิทย์ง่าย พร้อมกันเพื่อเอาไปยื่นคะแนนให้ครอบคลุมได้

ทิ้ง GAT/PAT บางวิชา

มองว่าควรทิ้ง

  • GAT อังกฤษ เอาไปเป็น Fundamental English แล้วเอาวิชาสามัญมาเป็น Additional English (พูดกันในแง่ความยากของข้อสอบ)
  • PAT1 เพราะยากเกินไป (ยกเว้นปีล่าสุด ข้อสอบดีมาก สมควรเอาแบบนี้มาใส่วิชาสามัญ – แต่ถ้าตามข้อเสนอเราก็จะยุบเป็น Math-A Math-B อยู่แล้ว)
  • PAT2 ในเมื่อวิทย์ทุกตัวมีสอบแยกแล้วตามข้างบน

จากเงื่อนไขสองข้อข้างต้น เราจะได้วิชาดังนี้

GAT

  • เชื่อมโยง

PAT

  • วิศวกรรม
  • สถาปัตยกรรม
  • ครู
  • ศิลปศาสตร์
  • ภาษา ซอยย่อยเหมือนเดิม

วิชาสามัญ

  • คณิตศาสตร์
    • Math-A ง่าย
    • Math-B ยากกว่า Math-A
    • Calculus
  • วิทยาศาสตร์
    • ฟิสิกส์
    • เคมี
    • ชีววิทยา
    • โลก ดราศาสตร์ ธรณีวิทยา
    • วิทย์พื้นฐาน และทักษะทางวิทยาศาสตร์
  • ภาษาไทย
  • ภาษาอังกฤษ
    • พื้นฐาน
    • เพิ่มเติม
  • สังคม (เราไม่รู้ควรซอยย่อยไหม)

เห็นด้วยกับพี่ต้นกล้าว่า GAT  เชื่อมโยงไม่ช่วยให้เด็กคิดเป็นเหตุผล เสนอให้เปลี่ยน GAT เชื่อมโยงเป็น Logic Test 101 มีตรรกะวิบัติมาให้ทดสอบ

คงความเสมอต้นเสมอปลาย

ข้อสอบมาตรฐานอย่าง SAT/IELTS/TOEFL จะมีอายุคะแนนที่ 2-3 ปี เพราะเค้าสามารถออกข้อสอบให้ “เสมอต้นเสมอปลาย” ไม่ยากเหวี่ยงง่ายเหวี่ยงได้ อายุของคะแนนคือกันเด็กไม่ได้ทบทวนแล้วทักษะต่ำลง

แต่กับ GAT/PAT และวิชาสามัญ มันยากเหวี่ยง ง่ายเหวี่ยง (ไม่เชื่อไปดูฟิสิกส์ 57-58-59 เทียบ – เราทำฟิสิกส์ 58 ได้แบบ “เขี่ย” เลย “มองตอบ” เลย) พอข้อสอบเหวี่ยง เลยต้องสอบปีต่อปี เสียเวลาเปล่า วัดเด็กไม่ได้

เฉลยข้อสอบ

วิธีการที่แฟร์ที่สุดเลยนะ

  • ตรวจข้อสอบเสร็จ สแกนกระดาษคำตอบให้นักเรียน login เข้าไปดูสองอย่าง
    • 1 – กระดาษคำตอบแผ่นนี้ใช่ของตัวเองไหม
    • 2 – ผลการอ่านจากเครื่องอื่นกระดาษคำตอบ ตรงกับที่ฝนไหม (ขึ้นรูปกระดาษคำตอบ ขึ้นว่าเครื่องอื่นได้ว่าฝนเลขอะไร แล้วก็ไปทาบกันเอง)
  • เผยแพร่ข้อสอบ พร้อมเฉลยเรียงข้อ พร้อมวิธีทำหลังสอบเสร็จสามวัน
  • ให้เวลา 7 วัน ติวเตอร์ ครู นักเรียน ช่วยกันตรวจเฉลย เจอข้อผิดพลาด (เฉลยผิด) ส่งเรื่องให้สทศ.
  • สทศ. ทำหน้ารายละเอียดว่าข้อไหนเฉลยว่ายังไง ใครแย้งว่ายังไง แล้ว follow up เรื่อยๆ เพื่อความโปร่งใส
  • Blacklist กรรมการออกข้อสอบที่เฉลยผิด อย่าให้คนไร้คุณภาพทำระบบทดสอบเสียหาย
  • จบกระบวนการนั้นค่อยคิดคะแนน ขึ้นคะแนนให้นักเรียนดูทีหลัง

ระบบทุกอย่างออนไลน์ ไม่ต้องเดินทางไปสทศ. เพียงแค่จะไปดูกระดาษคำตอบ

เรื่องร้องเรียนมันควรจะทำให้ง่ายที่สุด เพื่อให้เด็กรู้จักรักษาสิทธิ์ของตัวเองด้วย

เพิ่มเติมเป็นความรู้: อินเดียสอบวิศวกรรมศาสตร์ในชื่อ JEE (http://jeemain.nic.in/webinfo/Public/Home.aspx) สอบเสร็จข้อสอบเปิด Public ส่วนเฉลยเอารหัสสอบ Login ไปดู

จำนวนครั้งที่สอบ

ให้สอบทุกเดือนก็ถี่ไป (มองในแง่สทศ.) งั้นให้โอกาสสอบสามครั้งไหม? ถือว่าตามตาราง GAT-PAT และวิชาสามัญในปัจจุบัน

วิชาแปลกๆ

เช่น Critical reading ของ SMART-1 ก็ให้ไปสอบแยกเอาเอง

เภสัชศิลปากรอยากจัดสอบวิทยาศาสตร์เด็กแบบภาษาอังกฤษ เลยจัดสอบ PSAT ที่สอบเคมี ชีววิทยา เป็นภาษาอังกฤษ แล้วเอาคะแนนมาถ่วงวิชาสามัญอีกที
จะทำแบบนี้ก็ได้ สุดท้ายวิชาแปลกๆ ให้มหาวิทยาลัยจัดสอบเอง แล้วค่อยเอามาถ่วงน้ำหนักกับผลทดสอบการศึกษาระดับชาติ

เกณฑ์การคัดเลือกบุคคล

ความ “น่ามึนงง” ของสอท. ในสายตาเราคือคัดเด็กเข้าวิศวะด้วย PAT2 ที่มีชีววิทยานั่นแหละ -_-

ดังนั้นถ้าระบบการสอบมันเปลี่ยนแล้วเรา eliminate PAT2 ทิ้งได้ ก็เป็นการบังคับให้ใช้วิทย์ที่แยกรายวิชามาคิดคะแนน ดังนั้นจะไม่เอาชีววิทยามาคิดก็ได้

การเทียบคะแนนของคณะนานาชาติ

พอข้อสอบเผยแพร่ออกมา เราว่าคณะนานาชาติที่รับทั้งคะแนนไทย และคะแนน Standardised ก็หาเกณฑ์เทียบคะแนน ทั้งเพื่อคัดเกณฑ์ขั้นต่ำ และเทียบคะแนนเด็กเลย

ตรงนี้จะยากหน่อยว่าจะเทียบข้อสอบสองชุดอย่างไร แต่อย่างน้อยจะไม่มีปัญหาเหมือน IUP KU ที่ไม่บอกว่า GAT-PAT ต้องผ่านเท่าไหร่ถึงจะมีสิทธิ์สัมภาษณ์ ในขณะที่พอเป็น Standardised test บอกไว้ชัดเจนเพราะรู้ว่าคะแนนไม่เหวี่ยง

ปัญหามันไม่ได้ใหญ่เลย แค่จับจุดแก้กันไม่ถูก

เราก็ยอมรับแหละว่าพูดแล้วง่ายกว่าทำ แต่มันมี solution ที่ดีกว่าสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้แน่ๆ อ่ะ รับประกัน