ตลอดเวลาที่อ่านหนังสือมา สัมผัสได้ถึงความรู้สึกของการที่มันถูกส่งต่อจากคนที่รักหนังสือจริงๆ ไปยังคนแบบเราที่เป็นผู้เสพ (จริงๆ ละอายใจที่จะเรียกตัวเองแบบนี้—เป็นเพียงคนอ่านโง่ๆ)

ทุกครั้งที่ซื้อหนังสือจากแหล่งท่องถิ่นที่ไม่ได้ถูก operate ด้วยเชนขนาดใหญ่ เราเห็นความตั้งใจ เราส่งต่อคำขอบคุณไปถึงคนที่ทำ คนที่สรรหา เรารู้สึกเหมือนพนักงานร้านหนังสือเป็นภัณฑารักษ์ (curator) คัดสรรหนังสือประหนึ่งเลือกงานศิลปะ

การมองแบบนี้ทำให้กลิ่นหนังสือยามเลือกซื้อในร้านเชนไม่มีวันหอมเท่าสั่งออนไลน์ผ่านสำนักพิมพ์

แต่บางครั้งก็อาจจะลืมไปว่าในร้านเชน—เช่นเวลาคุณเดินคิโนะคุนิยะ—ร้านเหล่านั้นก็อาจขับเคลื่อนด้วยคนแบบในสำนักพิมพ์ เต็มไปด้วยความตั้งใจที่เปี่ยมล้นไม่ต่างจากในร้านหนังสือกิจการครอบครัว หรือคนในสำนักพิมพ์

จริงๆ ก็ต้องขอบคุณร้านเชนที่ทำให้หลายคนเข้าถึงร้านหนังสือได้ผ่านพลังแห่งการโหมโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ครั้งหน้าที่เข้าร้านเชน กลิ่นของร้านก็คงหอมขึ้น ปลายนาสิกถูกกระตุ้นด้วยกลิ่นกระดาษ กลิ่นความทรงจำลอยขึ้นมา เป็นกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของคนที่ครั้งหนึ่งพาเรากลับมาอ่านหนังสืออีกรอบ

และจุดเริ่มต้นของมันเกิดจากร้านเชน