รอเพื่อไม่ให้เธอเหน็บหนาว

เข้าใจ, เข้าใจอย่างดี
สิ่งที่คุณกำลังทำนั้น แม้มันอาจไม่เจ็บปวด แต่รอบกายคุณอาจเผชิญความเหน็บหนาว

เข้าใจ, เข้าใจอย่างดี
สิ่งที่คุณทำแม้อาจเหนื่อยและย่อท้อ แต่มันก็เป็นความมุ่งมั่นของคุณที่จะทำตามเป้าหมายของคุณจนเสร็จ

ผมพูดได้เต็มปาก — ผมก็รู้สึกเหนื่อยเพราะมันไม่ต่างจากคุณ

ผมอาจไม่ใช่คนที่นั่งข้างคุณ แต่หากมีอะไรที่ช่วยให้คุณหายเหน็บหนาวได้โดยที่ไม่เดือดร้อนผม ผมก็ยินดีเสมอ
ผมอาจไม่ใช่คนที่เดินเคียงข้างคุณ แต่หากมีสิ่งที่ผมพอช่วยได้ ผมก็ยินดีเสมอ

และแม้ว่าคุณจะใช้เวลา ผมก็ไม่ว่าเลย
ทุกอย่างบนโลกล้วนใช้เวลา เวลาไหลเป็นธรรมชาติ อยู่ที่คุณใช้มันเยอะหรือน้อย

แต่ไม่ว่าเยอะหรือน้อย เหมือนที่บอก — ผมไม่ว่าเลย ถึงแม้ผมจะต้องรอ

มันอาจจะเป็นการรอคอยที่นาน หรือไม่นาน ไม่มีใครรู้
ทางของคุณขณะที่ผมรอจะยากลำบากหรือไม่ ผมไม่รู้เลย

ผมรู้แค่อย่างเดียว — หากการรอคอยของผมทำให้คุณไม่หนาว ผมจะรอ

เนื้อเรื่องที่แท้จริง: ผู้เขียนรอเพื่อนคืนเสื้อกันหนาว ในห้องดรออิ้งที่แอร์เย็นมากๆ

กุหลาบดอกนั้นบนโต๊ะ

เธอขึ้นห้องมาพร้อมกุหลาบกำใหญ่ วันนี้โรงเรียนจัดงานมอบดอกกุหลาบให้ในฐานะผู้กำลังจบการศึกษา สายตาพลันเห็นกุหลาบดอกหนึ่งวางบนโต๊ะของเธอ

เธอฉงนใจ คงมีใครสักคนวางทิ้งไว้ เธอหยิบดอกกุหลาบดอกนั้นมาดู
มันเป็นดอกกุหลาบแดงเหมือนดอกไม้อื่นๆ ที่ทุกคนในสายชั้นน่าจะได้ในวันนี้

ถ้าไม่ใช่ป้ายกระดาษสีขาวที่พิมพ์ชื่อเธอด้วยฟอนต์ตัวบรรจงอย่างเรียบ เธอก็คงคิดว่าเป็นของคนอื่นไปเสียแล้ว


“ขอบคุณสำหรับกุหลาบนะ”

เวลาพักเที่ยง เธอซื้อโกโก้มาสองแก้ว นั่งข้างเขาก่อนยื่นโกโก้แก้วหนึ่งให้

“หืม? กุหลาบอะไร” เขาทำไขสือ แต่สายตาของเขาคงเก็บอาการไม่มิด
เธอเดินไปที่โต๊ะ หยิบกุหลาบนั้นพร้อมเอามาให้เขาดู “ฟอนต์นี้ เรียบขนาดนี้ ขอบกระดาษเว้นว่างแบบนี้ มีกี่คนในโรงเรียนที่จะทำ”

เขายิ้มแก้เขิน นัยเป็นยอมรับ

“ไม่คิดว่ามีหนุ่มแอบชอบแล้วเอามาให้เหรอ” เขาแซวกลับพร้อมส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้
“ถุย แอบชอบก็เอามาให้ต่อหน้าแล้วหรือเปล่า”
“แบบ ขี้อายอะไรงี้ไง”
“ไม่ต้องเลย สุดท้ายก็แกนั่นแหละ” เธอศอกเขาเบาๆ พลันมองค้อน
“ใช่ เราเองแหละ”

.

.

.

“และก็คนเดียวกับที่แอบชอบเธอด้วย”

.

.

.

เขาหน้าแดง เธอหน้าแดง บรรยากาศเงียบพอที่ทั้งคู่จะได้ยินเสียงลมหายใจของกัน
พลันฝ่ายหนึ่งเริ่มยิ้ม หัวเราะเบาๆ

แล้วทั้งคู่ก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน

ความทึกทักไปเองที่ทำร้ายตัวเอง

เราล้วนเคยคิดว่าโอกาส (occasion) ต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตนั้นมีจุดหมายที่ต่างกันไป

หลายครั้งโอกาสคุยกับใครสักคน เที่ยวกับใครสักคน กินข้าว ดูหนัง ร้องเพลงกับใครสักคน หรือกิจกรรมสารพัดอาจทำให้เรารู้สึก “พิเศษ” ได้ด้วยตัวมันเอง
ไม่ว่าเพราะความรู้สึกนั้นเกิดด้วยอะไรก็ตาม เราปฏิเสธไม่ได้ว่าด้วยความ “พิเศษ” นั้น เราล้วนยินดีกับโอกาสที่เราได้รับไม่เหมือนคนอื่น

แต่แน่นอนว่าความรู้สึกของคำว่าพิเศษนั้นก็อาจเกิดจากการทึกทักไปเอง หลายครั้งที่เราอาจคิดไปเองว่าโอกาสที่ได้รับจากใครสักคนมันพิเศษ ทั้งที่มันก็ไม่ได้ต่างจากโอกาสที่เขาล้วนให้คนอื่นเลย

มิหนำซ้ำมันอาจดาษดื่น เขาอาจให้คนในชีวิตเขาโดยไม่คิดอะไร — ไม่ต่างจากความไม่คิดอะไรที่เขาให้เรามาพร้อมโอกาสนั้น

เมื่อมนุษย์มีความคาดหวัง ความฝัน และจินตนาการ เมื่อนั้นความคิดก็หวนกลับมาทำร้ายตัวเอง

มันอาจไม่ใช่แค่สิ่งที่เราคิดว่าพิเศษ มันอาจจะเป็นความฝัน ความหวัง ความคิดสารพัดที่แล่นเข้ามาในสมอง

こんなこといいな できたらいいな
(คอนนะโคะโตะอิอินะ เดะคิตะระอิอินะ)

เรื่องอย่างนี้ดีจังเลย ถ้าทำได้ละก็ยอดไปเลยนะ

แต่เมื่อมันไม่เป็นเหมือนที่คาดฝัน ก็เป็นความฝันที่ทึกทักไปเอง ที่กลับมาทำร้ายตัวเองเช่นกัน

ปล่อยไม่ได้

“เราปล่อยให้เธอมีอิทธิพลกับเราแบบนี้ไม่ได้แล้วนะ”

เธอตกใจ

แต่มาคิดดีๆ ก็คงไม่แปลก เขาดูเป็นคนเหงาๆ เธอเป็นคนเหงาๆ
และเหมือนที่เพลงว่าไว้ ความเหงาเป็นขั้วบวกขั้วลบ คนสองคนจึงดูเข้ากันได้ไม่ยาก

แน่นอนเวลาทำให้คนสองคนสนิทขึ้น พื้นที่ทับซ้อนในใจก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

เธอเงียบ ยังนึกไม่ออกว่าจะพูดอะไร

“ด้วยสถานะนี้เราไม่ควรสนิทกันมากกว่านี้ว่ะ…”

เขาพูด ตามองหน้าเธอ พลันมุมปากของเค้ายิ้มเล็กน้อย

“สนใจเปลี่ยนสถานะไหม”

หน้าเธอแดง ไม่มีอะไรจะพูดเหมือนเดิม
เธอก้มหน้า ยิ้มที่มุมปากปรากฏบนหน้าเธอไม่ต่างจากเขา

คงเป็นคำตอบที่ชัดเจน

ปาดน้ำตา

“ไม่เอา ไม่ร้อง”

เสียงหนึ่งดังขึ้น พลันแก้มสัมผัสถึงมืออุ่นๆ สองข้างที่เข้ามาประคอง
นิ้วโป้งของมือทั้งสองข้างนั้นค่อยๆ ปาดน้ำตาเขาช้าๆ อย่างทะนุถนอม

ถึงจะมองอะไรไม่ชัดเพราะน้ำตาที่คั่ง แต่เขาก็รับรู้ได้ว่าเป็นเธอ

“ไม่ร้องแล้วนะรู้ไหม”

ใช่ เป็นเสียงเธอที่บอกว่าให้ไม่ร้อง
แต่ไม่รู้เพราะอะไร ยิ่งได้ยินเสียงนั้น ยิ่งได้สัมผัสมือคู่นั้น น้ำตาเขาก็พลันไหลรินลงมามากกว่าเดิม ราวกับไม่เชื่อฟังเธอตรงหน้า

อาจจะเป็นเพราะความไม่เชื่อฟัง ที่ทำให้อีกฝ่ายหนึ่งยอมตามใจ
อาจจะเป็นเพราะเธอ ที่ทำให้น้ำตาไม่ยอมหยุด

น้ำตาไหลออกมาน้อยลง ถึงจะไม่หยุดแต่ก็น้อยลงมาก แต่เธอยังสงสัย

“ทำไมยังไม่หยุดร้องล่ะ”
“ขอร้องนานๆ จนหมด วันหลังจะได้ไม่ร้องได้ไหม”

เธอพยักหน้า พลันน้ำตาเขาก็พรั่งพรูอีกครั้ง

เขาร้องไห้จนไร้แรง เธอยังคงปาดน้ำตาให้เขา ยิ้มของเธอเหมือนกำลังบอกเค้าว่าเธอจะรอวันที่เขาหยุดร้อง

ภาพจากตาของเขาที่มองไม่ชัดเพราะน้ำตา เปลี่ยนเป็นภาพที่ค่อยๆ มืดลง

.

.

.

.

.

.

.


เขาตื่น

แก้มสัมผัสน้ำตาที่ไหลหยด แต่ไม่มีสัมผัสของมืออุ่นๆ คู่นั้น

เธอไม่อยู่กับเขาแล้ว

แด่รักในสายลม

ความกดอากาศที่ต่าง ก่อให้เกิดสายลมที่พัดผ่าน
อากาศร้อนลอยตัวสูง เย็นลงและจมต่ำอีกครั้ง พัดผ่านจนเกิดเป็นลม

รักที่ลอยไปคงคล้ายสายลม แต่รักมิได้ก่อตัวจากความต่างของความกดอากาศ
หากเป็นการก่อตัวของอารมณ์ และความรู้สึกหลายๆ อย่าง
อาจจะทั้งตัวความรักเอง และอารมณ์อื่น เช่นชอบ โกรธ เกลียด เหงา คิดถึง
เป็นอำนาจที่ต่างกัน คานและกำหนดทิศทางของรักให้ลอยไปทางใดทางหนึ่ง

วันเวลาผันผ่าน สายลมหวนทิศกลับ
ความรู้สึกและอารมณ์อาจมีเปลี่ยน รักที่ลอยผ่านอาจเปลี่ยนวิถี
ช้าลง เร็วขึ้น กลับทิศ สลับหันเหตามอารมณ์ที่กำหนดทิศทาง

แต่หากมีลมประจำฤดูพัดผ่านทิศทางเดิมเสมอ ไม่เปลี่ยนไปฉันใด
ฤดูรักก็คงนำรักไปยังจุดหมายเดิมไม่เปลี่ยนฉันนั้น

และรักนั้นเมื่อได้สัมผัส ก็ชื่นใจเหมือนดั่งสายลม


Edit: มีคนส่งมาให้ฟัง และเพิ่งเคยฟัง เพราะดีจริงๆ แหละ ขอบคุณอีกครั้งนะ

The Lonely Relationship

ถ้ามีความรักครั้งต่อไป อยากลองให้มันเป็นความรักเหงาๆ

ไม่ต้องตื่นเช้ามาเจอหน้ากันทุกวัน ไม่ต้องควงกันไปเดินสยามทุกเสาร์อาทิตย์
ไม่มีรูปลงไอจีอวดคนอื่น ไม่มีสแนปหน้าหมาเช้าเย็น

แต่ในวันที่ฟ้าอึมครึมและไม่เป็นใจ วันที่ฝนตกแล้วรู้สึกไม่มีใคร
เราก็ยังมีเขาให้พิมพ์ข้อความไปหา ยังร้องไห้ใส่กันได้โดยที่ไม่ต้องกลัว

เพราะบางทีเมื่อปล่อยให้ความเหงาก่อตัว เวลาที่อยู่ด้วยกันมันก็มีค่ามากขึ้น
เราทั้งสองล้วนไขว่คว้าหาวิธีหยิบเวลาที่มีกันใกล้ๆ มาใช้ให้คุ้มที่สุด
อาจจะเพื่อบอกว่าเหงาแค่ไหนสุดท้ายก็ยังมีกันข้างๆ

เป็นความสัมพันธ์ที่เหงา แต่ไม่เศร้า

ฝนดาวตก

คืนนี้จะมีฝนดาวตกควอดแรนดทิดส์
ท้องฟ้าซีกเหนือ ตั้งแต่เวลายี่สิบเอ็ดนาฬิกา อัตราสูงสุดหนึ่งร้อยยี่สิบดวงต่อชั่วโมง

ผมเตรียมแอปเข็มทิศ ออกไปนอกบ้าน


เมฆเต็มท้องฟ้า บังฝนดาวตก

นอกจากผมอยากดูฝนดาวตกแล้ว ผมยังเชื่อเรื่องบ้าๆ ที่ว่าอธิษฐานกับฝนดาวตกแล้วจะเป็นจริง

ผมมองท้องฟ้า สายตาเห็นเมฆ

ในใจยังคงดื้อดึงอธิษฐาน ขอให้มีคนพิเศษเข้ามาอีกครั้ง
ในใจยังเชื่อว่าต้องมีจริง แม้ยังมองไม่เห็น — เหมือนฝนดาวตกคืนนี้ ที่แม้มองไม่เห็น แต่ก็มีอยู่

รักคืออะไร

รักคืออะไร

สำหรับผม รักอาจจะเป็นเมสเสจทักทายกันตอนเช้า
เป็นยิ้มเล็กๆ หลังจากเจอหน้า
เป็นคำถามว่ากินข้าวยังสามมื้อทุกวัน
หรือคำถามว่าสบายดีไหม เป็นไข้หรือเปล่า

รักอาจจะเป็นการนั่งข้างๆ กันตอนขึ้นรถ
การชวนกันไปเที่ยวเล่น ลุยหาของกิน เดินส่องของในห้าง
เป็นเค้กอร่อยๆ หลังจากอาหารมื้อกลางวัน หรือเป็นรอยยิ้มหลังจากอีกฝ่ายได้กินเค้กอร่อยๆ นั่น
อาจจะเป็นเมสเสจที่ถามไถ่ว่าถึงบ้านแล้วใช่ไหม

รักอาจจะเป็นอ้อมกอดตอนที่อยากร้องไห้ออกมา
อาจจะเป็นคำปลอบใจตอนที่เรากำลังรู้สึกไม่มีใคร
เป็นคำบอกว่าไม่เป็นไรนะ เป็นมืออุ่นๆ ที่มาลูบหัว — นี่ก็อาจเป็นรัก

รักอาจจะเป็นการใช้เวลาร่วมกัน
การเข้าใจกัน เทคแคร์กัน ปล่อยให้ชีวิตของทั้งสอง intersect ในจุดที่จะไม่ยอมให้ใครเข้ามา
รักอาจจะเป็นการตกลงว่าจะอยู่ด้วยกันทั้งตอนดีและตอนร้ายไปตลอดโดยไม่ไปไหนง่ายๆ

อาจจะดูยาว แต่คิดดีๆ แล้วนั่นก็เป็นทุกอย่างที่คุณทำกับผม

และถ้าผมบอกได้ว่าทุกอย่างข้างต้นนั่นคือ “คุณ”
งั้นสำหรับผม รักก็คือคุณ